โครงการวิจัย Promoting Human Rights for Highland. Minorities through Citizenship and Birth. Registration

แหล่งงบประมาณ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

นักวิจัย  1. ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ  2.ดร.มาลี สิทธิเกรียงไกร  3.ดร.ประสิทธิ์ ลีปรีชา

โครงการวิจัยนี้มีที่มาจากการสำรวจของ UNESCO ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์เมื่อ พ.ศ.2548 ที่พบว่า สถานะทางบุคคลมีความสัมพันธ์กับระดับการศึกษา กล่าวคือ การไม่มีสถานะทางบุคคลมีผลให้ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้ โดยศึกษาหมู่บ้านชายแดนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน สำหรับการศึกษานี้ได้เลือกพื้นที่ศึกษาเดิมและเพิ่มอีก 2 จังหวัดคือ จังหวัดตาก และกาญจนบุรี โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ประเภทคือ การวิจัยเชิงปริมาณหรือการสำรวจ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยให้ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา รับผิดชอบการวิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนการวิจัยเชิงสำรวจนั้น UNESCO และกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ เป็นผู้รับผิดชอบ

งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกับบริบทของปัญหาในกระบวนการพิสูจน์สถานะทางบุคคล การจดทะเบียนสถานะทางบุคคล และการอนุมัติสัญชาติ รวมไปถึง การศึกษาเกี่ยวกับช่องทางที่ชาวบ้านใช้แสดงว่าตนมีสิทธิที่จะได้รับสถานะทางบุคคลหรือสัญชาติไทย การวิจัยนี้ยังรวมไปถึงการประเมินความต้องการฝึกอบรมที่จำเป็นเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีความเข้าใจบริบทของปัญหา โดยเลือกศึกษา 2 อำเภอในจังหวัดตากคืออำเภอแม่ระมาดและอำเภอพบพระ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้น พบว่าชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากยังไม่ได้รับสัญชาติไทยแม้ว่าจะเกิดและอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มานานแล้วก็ตามนอกจากชาวกะเหรี่ยงแล้ว จังหวัดตากยังประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง อาข่า จีน และลีซู

ในพื้นที่อำเภอแม่ระมาดได้เลือกศึกษาหมู่บ้านห้วยพลู ตำบลแม่ตื่น เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างไกล 80 กิโลเมตร จากอำเภอและสภาพถนนไม่ดี บางช่วงเป็นทางเดินป่า ไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษา ด้วยเหตุเหล่านี้ทำให้ประชากรบ้านห้วยพลูไม่ได้รับสัญชาติไทย แต่ด้วยการช่วยเหลือจากองค์กรด้านศาสนาทำให้การพิสูจน์สถานะบุคคลเพื่อให้ได้สัญชาติไทยดำเนินไปอย่างรวดเร็วขึ้น โดยในปี พ.ศ.2547 มีบุคลที่รอพิสูจน์สัญชาติจำนวน 1,800 คน ในระหว่างช่วงที่ทำการเก็บข้อมูลยังคงค้างอยู่ประมาณ 700 คน พื้นที่อำเภอพบพระได้ศึกษาที่หมู่บ้านชิบาโบและหมู่บ้านร่มเกล้าสหมิตร ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ ทั้งสองหมู่บ้านนี้มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยหมู่บ้านชิบาโบ ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมื่อรัฐบาลมีนโยบาย 66/2523 ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์นี้ได้ออกมามอบตัว ในช่วงแรกประชากรเหล่านี้ไม่มีสัญชาติไทยต่อมาด้วยความช่วยเหลือและประสานงานอย่างดีของผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ประชาชนเพียง 2-3 รายเท่านั้นที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย กรณีบ้านร่มเกล้าสหมิตร เป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นใหม่ ประกอบด้วยจีน อาข่า ลีซู ประชาชนหมู่บ้านนี้เป็นผู้ที่ร่วมสร้างถนนสายอุ้มผาง-แม่สอด และเป็นกลุ่มที่ร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ผลจากการร่วมสู้รบนี้ทำให้ประชาชนเหล่านี้ได้รับสัญชาติไทยในระยะต่อมา

นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์โดยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยมักอ่านเขียนไม่ได้ ขาดโอกาสการเข้าถึงข้อมูล และความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับกฎระเบียบ กระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติ รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการเดินทางที่สูงมาก ดังกรณีหมู่บ้านห้วยพลู ต้องเหมารถรับจ้างเพื่อเดินทางมาติดต่อกับอำเภอทั้งที่ไม่มีรายได้ซึ่งกว่าจะได้รับสัญชาติไทยต้องเดินทางเข้าออก หมู่บ้านหลายครั้ง จึงทำให้ชาวกะเหรี่ยงบางคนท้อใจและล้มเลิกการขอสัญชาติไทยทั้งที่ตนเองมีสิทธิ์ ความสำเร็จและความรวดเร็วในการพิสูจน์สัญชาติจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานภายนอกเข้ามา เช่น กรณีบ้านห้วยพลู ต.แม่ตื่น หรือกรณีบ้านชิบาโบที่ผู้ใหญ่บ้านช่วยติดตาม นอกจากนี้ยังพบว่ากระบวนการพิสูจน์สัญชาติมีขั้นตอนและต้องใช้เวลานาน มากกว่านั้นคือ เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอมีอคติว่ากลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ค้ายาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ ฯ ยังเกรงว่าตันเองจะได้รับความผิดหากการตรวจสอบไม่ละเอียดและอนุมัติสัญชาติให้กับบุคคล “สวมสิทธิ์” แม้ว่าได้ผ่านการประชาคมแล้วก็ตาม

จากข้อมูลข้างต้นนำไปสู่ข้อเสนอการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกรณีการพิสูจน์สัญชาติจะต้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการอื่น ๆ ในระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนในคณะทำงานนี้ต่างต้องมีความไว้วางใจกัน และไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน พร้อมกันนี้ควรมีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของคณะทำงานนี้ด้วย สิ่งที่สำคัญคือการฝึกอบรมปฏิบัติการนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในระดับต่าง ๆ มีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ